แหล่งแลกเปลี่ยนความรู้-ประสบการณ์ FreeBSD สำหรับคนไทย
:: เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้, ถาม-ตอบปัญหาคาใจ, แนะนำ, ประกาศ, หรือทุกสิ่งตามต้องการ ::
 
Home  กลับหน้าหลัก  สมัครสมาชิก  ตั้งคำถามใหม่  แก้ไขข้อมูลสมาชิก  ดูสมาชิกทั้งหมด  ลืมรหัสผ่าน

ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ



  Knowledge: เจาะลึกระบบ VoIP หรือ IP TELEPHONY
   ShareKnowledge
 Posted : 2006-06-23 11:43:33

  หนึ่งในใต้หล้า
 

 Sex :
 Post : 2819
 สมาชิกลำดับที่ : 434
การใช้งานพื้นฐานของ VoIP
------------------------------

การใช้งาน VoIP พื้นฐานนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 แบบ ไม่ว่าจะมีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์อยู่แล้ว ก็สามารถ

ใช้ VoIP ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติม

1. ใช้งานจากคอมพิวเตอร์ถึงคอมพิวเตอร์ (PC TO PC) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการใช้ VoIP เพราะทำให้ผู้

ใช้ไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ทางไกลอีกต่อไป ในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ไคลเอ็นต์สำหรับ VoIP จำนวนมากทั้งที่

แจกฟรีหรือขายในราคาไม่แพง โดยอุปกรณ์ที่จำเป็นนอกจากซอฟต์แวร์แล้วก็คือ ไมโครโฟน ลำโพงและ

อินเทอร์เน็ต ซึ่งถ้าเป็นไปได้การเลือกใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างเคเบิลโมเด็มหรือ DSL จะให้คุณภาพ

ของการสนทนาดีกว่า



2. การใช้งานจากคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์ (PC TO TEL) ซึ่งในกรณีนี้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์สามารถโทรไป

ยังโทรศัพท์ปลายทางเช่นเดียวกัน โดยวิธีนี้จะต้องใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายไอพีและเชื่อมไปยัง

เครือข่ายของโทรศัพท์ (Router to PBX) และผู้ใช้จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ โดยอาจจะเป็นซอฟต์แวร์ทั่วไป

หรือซอฟต์แวร์เฉพาะผู้ใช้ต้องโทรไปยังผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการจะเชื่อมต่อไปยังโทรศัพท์ปลายทางอีกที

หนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ให้บริการจะคิดค่าใช้จ่ายถูกกว่ามากถ้าเทียบกับโทรศัพท์ปกติ



3. การใช้งานระหว่างโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ (TEL TO PC) มีผู้ให้บริการที่ผู้ใช้สามารถโทรเข้าไปยัง

เบอร์ที่จัดไว้เพื่อเชื่อมต่อไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางได้ อย่างไรก็ตามผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีซอฟต์

แวร์จากผู้ให้บริการติดตั้งไว้ด้วย สำหรับค่าบริการ (ทั้งฝั่งผู้โทรและผู้รับ) ก็ยังถูกกว่าใช้โทรศัพท์ปกติอยู่มาก

เช่นกัน



4. การใช้งานระหว่างโทรศัพท์กับโทรศัพท์ (TEL TO TEL) จะใช้เกตเวย์เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ ทำ

ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อโดยตรงไปยังโทรศัพท์ปกติได้ทั่วโลก โดยผู้ใช้จะโทรไปยังศูนย์ของผู้ให้บริการ แล้ว

กดเบอร์ปลายทาง จากนั้นทางศูนย์บริการจะทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นข้อมูลส่งผ่านเครือข่ายไอพีไป

ยังปลายทางแล้วแปลงกลับเป็นสัญญาณโทรศัพท์ให้อัตโนมัติ อย่างไรก็ตามข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ ผู้ใช้จำเป็น

ต้องโทรไปยังหมายเลขพิเศษก่อน แต่ค่าบริการก็ยังคงถูกกว่าโทรศัพท์ปกติเช่นกัน (เช่น PINPHONE 108)

รู้จัก IP Telephony ให้มากขึ้น
--------------------------------

IP Telephony คือระบบโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายไอพีโดยใช้ประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่าย

อินเทอร์เน็ตกับฟังก์ชันของ PSTN (Public Switched Telephone Network) ซึ่งจะเป็นการส่งข้อมูล

ผ่านไปบนโครงข่ายของระบบอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถอินทีเกรตกับโครงสร้าง PSTN เดิมที่มี

อยู่แล้วได้แม้ IP Telephony จะมุ่งเน้นเพื่อให้บริการรับส่งข้อมูลที่เป็นเสียงเป็นหลักแต่มันก็มีความสามารถ

อื่น ๆ ที่มีในระบบอินเทอร์เน็ตได้ อย่างเช่น การส่งแฟกซ์ วีดีโอและข้อมูลผ่านโมเด็มได้ การรวมกันของ

อินเทอร์เน็ตกับ PSTN นั้น จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ช่วยเพิ่มโอกาสในธุรกิจของคุณได้ด้วย

หลายคนอาจจะกำลังสับสนกับคำว่า VoIP และ IP Telephony ทั้งที่เทคโนโลยีทั้งสองนี้ ทำให้เราสามารถ

โทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ VoIP เป็นแค่วิธีการส่งข้อมูลเสียงไปบนเครือข่ายไอพี แต่ IP Telphony

คือระบบการส่งภาพ เสียงและข้อมูลได้พร้อม ๆ กันบนเครือข่ายไอพีได้นั่นเอง

ระบบโทรศัพท์ผ่านไอพี ซึ่งเป็นระบบที่รวมเอาการติดต่อสื่อสารข้อมูลประเภทต่าง ๆ เช่น ข้อมูลภาพและ

เสียงเข้าด้วยกัน ผ่านโครงข่ายที่ส่งข้อมูลแบบเป็นแพ็กเก็ต ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับเครือข่าย บริการรูปแบบใหม่

เหล่านี้ด้วยการอาศัยการส่งข้อมูลประเภทต่าง ๆ เข้าด้วยกันบนเส้นทางเชื่อมต่อเดียวทำให้ธุรกิจขนาดเล็กไป

จนถึงขนาดใหญ่ สามารถลดค่าใช้จ่ายสำหรับระบบเครือข่ายเสียงและข้อมูลได้มากทีเดียว

องค์ประกอบของโครงข่ายโทรศัพท์ผ่านไอพี

การพัฒนาของสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายโทรศัพท์ผ่านไอพีแบบมัลติเลเยอร์นั้น จะนำไปสู่องค์ประกอบ

ของเครือข่ายแบบใหม่ ซึ่งฟังก์ชันจะมีหน้าที่ในการทำงานที่ชัดเจน การที่เราแยกระบบเครือข่ายออกเป็นส่วน ๆ

นั้น จะช่วยทำให้เกิดการขยายระบบในอนาคตได้ดีขึ้น เครือข่ายของระบบโทรศัพท์มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่ง

องค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะประกอบไปด้วย
-------------------------------------------------------


1. Media Gateway (MG) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่าง Circuti Switched และ Packet Switched

2. Media Gateway Controller/Call Agent (MGC/CA)MGC/CA มีหน้าที่ลงทะเบียนและจัดการทรัพยากรของ Media Gateway (MG) ช่วยจัดการในส่วนของการเรียกเข้าและควบคุมการเข้าถึงระบบและ Interworking ระหว่าง Signalling Prptocols ด้วย

3. Signalling Gateway (SG) อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลง Control signal จากรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งเช่น SIGTRAN ซึ่ง signalling gatewar จะแปลง SS7 signal (เป็นโพรโตคอลที่ใช้ public switched telephone system สำหรับการโทรเข้าออก) ของ PSTN ไปเป็น SIGTRAN เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลไปบนเครือข่ายไอพี

4. Gatekeeper (GK) มีหน้าที่จัดการและควบคุมการโทรเข้าออก สามารถจัดการกับทรัพยากรของเครือข่ายได้ นอกจากนี้ยังควบคุมสิทธิในการเรียกใช้อุปกรณ์ และยังสนับสนุน Registration, Admission และ Status (RAS) สำหรับเทอร์มินอลและเกตเวย์อีกด้วย

5. Softswitches Softswitches เป็นอุปกรณ์ประเภท all-in-one ที่มีความฉลาดเฉลียวมาก มีความสามารถของ Media Gateway Control, ฟังก์ชันของ Gatekeeper, ควบคุมการ Call ที่ซับซ้อน และให้บริการในแบบ backend อย่างการ authenticate การทำ Billing และจัดการในเรื่องของระบบการรักษาความปลอดภัย

6. Multipoint Conference Unit (MCU) MCU จะรองรับการประชุมระหว่างจุดให้บริการระหว่าง 3 จุดขึ้นไป โดยจะมี 2 ส่วน คือ Mulit-point control (MC) สำหรับสัญญาณ และ Multi-point processor (MP) สำหรับรองรับการประมวลผลทางด้านมีเดียสตรีมและ MCU ยังสามารถทำงานเป็น stand-alone (เช่น พีซี) หรือรวมเข้าไปใน Gateway, Gatekeeper หรือ Terminal

7. IP Phones/Appliances IP Phones และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง นั้นเป็นเหมือนเทอร์มินอลหรือเอนด์พอยนต์ที่มีฟีเจอร์ในการเซตและจัดการในเรื่องของการรีโมตและควบคุมการทำงานได้หรือทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์นั่นเอง


ขั้นตอนการทำงานของโทรศัพท์ผ่านไอพีมีดังนี้
---------------------------------------------------

1. เมื่อผู้ใช้ยกหูโทรศัพท์ ก็จะมีการส่งสัญญาณไปที่ IP-PBX

2. เมื่อ IP-PBX ก็จะส่งสัญญาณคู่สายว่าง ซึ่งผู้ใช้สามารถกดเลขหมายปลายทางที่ต้องการ หมายเลขปลายทางนี้จะถูกเก็บชั่วคราวที่ IP-PBX เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างการสนทนา

3. IP-PBX ตรวจสอบว่าหมายเลขปลายทางที่ผู้ใช้กดถูกต้อง

4. IP-PBX จะค้นหาหมายเลขปลายทางและ map ให้กลายเป็นไอพีแอดเดรสของอุปกรณ์ปลายทาง (เราเรียกอุปกรณ์ปลายทางอีกอย่างหนึ่งว่า ไอพีโฮสต์) โดยปกติแล้วไอพีโฮสต์จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ VoIP หรืออุปกรณ์โทรศัพท์ที่ใช้งานกับ VoIP เลยก็ได้เช่นกัน

5. เมื่อค้นหาหมายเลขปลายทางพบแล้ว IP-PBX ก็จะเชื่อมต่อหรือเปิดเซสซันไปยังไอพีโฮสต์ ซึ่งในกรณีนี้ทั้งสองฝั่งจะต้องใช้โพรโตคอลเดียวกันในการสื่อสาร (VoIP มีอยู่หลายโพรโตคอล ซึ่งก็เป็นไปได้ที่อุปกรณ์บางรุ่นอาจจะไม่สนับสนุนบางโพรโตคอล)

6. ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นสนทนาได้ โดยระหว่างการสนทนาจะส่งข้อมูลที่แปลงมาจากสัญญาณเสียงไปมาผ่านเซสซันที่เชื่อมต่อไว้ ถึงแม้ว่าจะเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลาแต่ถ้าบางช่วงไม่มีการส่งข้อมูลช่องสัญญาณก็ยังถูกแบ่งไปใช้กับการเชื่อมต่ออื่นได้

7. เมื่อสนทนาจบผู้ใช้ก็วางหูเพื่อจบการใช้งาน

8. IP-PBX จะปิดการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์

9. IP-PBX ส่งสัญญาณเปิดการเชื่อมต่อไปยังไอพีโฮสต์เพื่อจบเซสซัน เช่นเดียวกันไอพีโฮสต์ที่อีกฝั่งหนึ่งก็จะปิดเซสซันด้วย

10.เมื่อเซสซันสิ้นสุดลง IP-PBX จะลบการแมประหว่างหมายเลขโทรศัพท์ไปเป็นไอพีออกจากหน่วยความจำ

จากการทำงานนี้จะเห็นได้ว่าผู้ใช้โทรศัพท์ ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเลยว่าการสนทนาทำผ่าน VoIP เพราะเพียงแค่รู้เบอร์โทรศัพท์ของตัวอุปกรณ์เท่านั้น IP-PBX จะจัดการงานที่จำเป็นทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นข้อดีของ VoIP อีกประการ ที่ผู้ใช้รู้เพียงแต่แค่เบอร์โทรศัพท์ปลายทาง โดยไม่จำเป็นต้องไอพีแอดเดรสหรือขั้นตอนการเชื่อมต่อใด ๆ เลย


โพรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสาร (Protocol for Communication)
-------------------------------------------------------------------

* Session Initiation Protocol (SIP) นอกเหนือจาก H.323 แล้วยังมี Session Initiation Protocol (SIP) ที่กำหนดขึ้นโดย International

* Engineering Task Force (IETF) ซึ่งเป็นโพรโตคอลในการสื่อสารข้อมูลแบบสตรีมไลน์ (Streamlined) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไอพีโฟน SIP ได้รับการออกแบบให้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพสูงกว่า H.323 โดย

ส่วนประกอบที่สำคัญของ SIP คือ

1. Media Gateway Control Protocol (MGCP) จะสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเกตเวย์กับโครงข่าย

โทรศัพท์ PSTN

2. Session Annoucement Protocol (SAP) ใช้สร้างเซสซันโดยเฉพาะกรณีที่ส่งข้อมูลแบบมัลติแคส

3. Real-time Streaming Protocol (RTSP) ทำหน้าที่ควบคุมการส่งข้อมูลให้เป็นไปตามคุณภาพที่

ต้องการ โดยทั้งสามส่วนนี้จะใช้ Session Description Protocol (SDP) เพื่อบอกรายละเอียดของมีเดียที่สื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นเสียง วีดีโอหรือข้อมูลมัลติมีเดียอื่น ๆ

* Media Gateway Control Protocol (MGCP) มีหน้าที่กำหนดการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ประเภท Call Agents และ Telephony Gateway Call Agent ซึ่งเรารู้จักกันในชื่อ Media Gateway Controllers โดยเป็นศูนย์กลางประสานงานกับเครื่องตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบโทรศัพท์และเกตเวย์ รวมทั้งยังบอกเส้นทางเพื่อส่งข้อมูลเสียงไปยังปลายทาง

* MGCP ถูกพัฒนามาจาก Simple Gateway Control Protocol และ Internet Protocol Device Control

* Real-time Transport Protocol (RTP) RTP ถูกใช้โดย SIP และ H.323 เพื่อทำงานด้านของการสื่อสารแบบเรียลไทม์ เช่น ออดิโอและวีดีโอบนเครือข่ายแพ็กเก็ตสวิตชิง มีหน้าที่จัดการเรื่องข้อมูลประเภทเวลาไปยังผู้รับ โดยสามารถแก้ไขค่าดีเลย์ของสัญญาณได้ยอมให้ผู้รับสามารถค้นหาแพ็กเก็ตที่สูญหาย และประเมินเส้นทางในการส่งข้อมูลอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว RTP จะมีหน้าที่จัดการในเรื่องของการส่งข้อมูลไปยังผู้รับ ซึ่งสามารถxxx้คืนได้ในกรณีที่

แพ็กเก็ตสูญหายหรือ jitter โดย RTP ได้รับการประกาศใช้จาก IETF ใน RFC 1889 ซึ่งหน้าที่หลักก็เพื่อให้

บริการฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การจัดลำดับ การกำหนด payload และ intra-media synchrinization กับ

* Real-time Transport Control Protocol (RTCP) RTCP เป็นโพรโตคอลที่ทำงานร่วมกับ RTP เพื่อควบคุมทำงานในเรื่อง QoS Feedback การควบคุม

เซสซัสของการส่งข้อมูล การกำหนดเกี่ยวกับผู้ใช้ และ inter media synchrinization เพื่อเข้าจังหวะระหว่างออดิโอและวีดีโอสตรีม

* Real-time Streaming Protocol (RTSP) RTSP ประกาศโดย IETF ใน RFC 2326 เพื่อควบคุมการส่งข้อมูลประเภทมีเดียแบบเรียลไทม์

* Session Description Protocol (SDP) SDP เป็นโพรโตคอลที่ประกาศโดย IETF ใน RFC 2327 ให้ความช่วยเหลืออธิบายในเรื่อง multimedia

session ซึ่งใช้สำหรับบอกให้รู้ถึง Session, session invitation


 

ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด...มันจะติดตัวคุณไปจนวันตาย
  IP : (192.168.1.84, 2)
ชื่อสมาชิก ShareKnowledge Mail to ShareKnowledge เบอร์ msn share_knowledge@hotmail.com
แสดงความคิดเห็น

 kittipong
 Posted : 2006-06-23 11:49:43   IP : (192.168.20.2)
ขอบคุณในความรู้ใหม่ ๆ ครับ

 
 Comment : 1
กลับขึ้นด้านบน

 che
 Posted : 2009-12-01 17:02:24   IP : (172.16.144.194)
สุดยอด

 
 Comment : 2
กลับขึ้นด้านบน

   ShareKnowledge
 Posted : 2009-12-01 22:03:53   IP : (118.172.56.86)

  หนึ่งในใต้หล้า
 

 Sex :
 Post : 2819
 สมาชิกลำดับที่ : 434
มีคนไปหามาได้อีก

 

ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด...มันจะติดตัวคุณไปจนวันตาย
 Comment : 3
ชื่อสมาชิก ShareKnowledge Mail to ShareKnowledge เบอร์ msn share_knowledge@hotmail.com
กลับขึ้นด้านบน

 คนผ่านทาง
 Posted : 2012-11-26 14:57:49   IP : (203.144.130.176)
ขอบคุณมากๆครับสำหรับความรู้ดีๆ

 
 Comment : 4
กลับขึ้นด้านบน

 HARTA
 Posted : 2018-04-01 22:39:01   IP : (36.71.235.139)
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC
https://goo.gl/GaKHyC






 
 Comment : 5
Mail to HARTA
กลับขึ้นด้านบน

1


 แสดงความเห็นต่อคำถามนี้
ชื่อ/Username
รหัสผ่าน
( เฉพาะสมาชิก )
อีเมลล์
( ถ้าเป็นสมาชิกไม่ต้องใส่ )
รูปแบบพิเศษ   ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
Emotions  
แทรกภาพ  
ขนาดภาพ ห้ามเกิน 50 kb  และ ไฟล์ Flash ขนาดห้ามเกิน 500 kb
แสดงความเห็น

ความปลอดภัย กรุณากรอกข้อความที่ท่านเห็นด้านล่าง
   
   
   
[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ
ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ
ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ admin@thaibsd.com เพื่อให้ผู้ควบคุม
ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป


 © Copyright 2001 thaibsd.com All Right Reserved. Contact >> admin@thaibsd.com